” ทุกการเปลี่ยนแปลงมักจะมีสิ่งใหม่และสิ่งดีๆเกิดขึ้นตามมาเสมอ “ ซึ่งผมยังคงเชื่อแบบนั้นเสมอ โดยเฉพาะกับการได้ติดตามและเห็นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆโดยรอบที่ขยับขยายตามแนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีต่างๆที่กระจายตัวอยู่โดยรอบของกรุงเทพฯ ขยายตัวออกสู่ชุมชนการอยู่อาศัยในทำเลต่างๆในปัจจุบัน
ซึ่งหนึ่งในทำเลศักยภาพและเป็นชุมชนการอยู่อาศัยเดิมที่มีความหนาแน่นที่เห็นภาพของการเติบโตของการพัฒนาที่อยู่อาศัยกันอย่างคึกคักช่วง 2 – 3 ปี ทำเลอย่างรามคำแหงดูเหมือนจะเป็นหมุดหมายในการพัฒนาของโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่ม Real Demand และ นักลงทุนสาย Investor ปล่อยเช่า

ทำเลรามคำแหงมีดีอะไร ? ทำไมถึงเป็นทำเลที่หลายๆคนให้การยอมรับในการอยู่อาศัยในทำเลนี้กัน …
เป็นคำถามที่หากคุณเป็นคนโซนอื่นก็อาจจะมองภาพไม่ออกซึ่งก็ไม่แปลกและเข้าใจได้นะครับ แต่สำหรับคนที่เคยอยู่อาศัยในทำเลนี้อย่างตัวผมเอง ที่เคยอยู่อาศัยในทำเลนี้เมื่อหลายปีก่อน … และมองกลับมาเห็นการพัฒนาใหม่ๆและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนทำเลนี้ …
ก็ต้องยอมรับเลยว่า รามคำแหง ในวันนี้ มันเปลี่ยนไปแบบยกระดับมากๆ กลายเป็นทำเลที่ดูสว่างมากขึ้นเยอะ ซึ่งในมุมของเสน่ห์และสีสันในการใช้ชีวิตเดิมๆที่เป็นข้อดีที่ทำให้คุณชอบทำเลนี้ก็ยังคงอยู่ แต่วันนี้กับการพัฒนาที่เพิ่มเติมและยกระดับทำให้ทำเลนี้เติบโตขึ้น นั่นคือการมาถึงของรถไฟฟ้า 3 สาย [ สายสีเหลือง ที่เปิดให้บริการแล้ว และ สายสีส้มที่กำลังจะเตรียมเปิดให้บริการตามมาในอนาคตอันใกล้นี้ ] ที่ช่วยเปลี่ยนให้ทำเลนี้มีความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อการใช้ชีวิตในเมือง … แถมยังมีตัวเลือกในการเดินทางทางน้ำ ที่เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่คนทำงานในเมืองหรือนักเรียนนักศึกษาอย่างทำเลสุขุมวิท อโศก หรือ ประตูน้ำ ที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ชื่นชอบกัน เพราะไม่ต้องลุ้นกับปัญหาเรื่องของรถติดในเวลาเร่งด่วน

และเมื่อศักยภาพของทำเลเติบโตขึ้น … และสิ่งที่เกิดตามมา นั่นก็คือการเติบโตในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ยกระดับและนำเสนอรูปแบบการอยู่อาศัยที่จะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยคุณ และหนึ่งในโครงการพร้อมอยู่ที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบการอยู่อาศัยบนทำเลนี้ นั่นก็คือโครงการ Ideo Ramkhamhaeng-Lamsali Station ที่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 1 ใน 3 โครงการใหม่แกะกล่องจากทาง Ananda ในปีนี้
กับ Concept การพัฒนาโครงการ ” The New Multi-shades of life สีสันของคนรุ่นใหม่ในการใช้ชีวิตเมือง “ เน้นรูปแบบการพัฒนาตัวโครงการเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบส่วนกลางที่สะท้อนตัวตนของกลุ่มคน IDEO (Energetic x Smart) ใช้งานได้คุ้มค่าในทุก ๆ ตารางเมตร มีความร่วมสมัย (Modern) กับพื้นที่ส่วนกลาง 24 ชม. ที่ตอบโจทย์ Flexi-hour สำหรับคนทำงานไม่เป็นเวลา ได้แก่ Fitspace Fitness 24 hr ที่อุปกรณ์ครบ
โดยจากข้อมูล Research พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่พื้นที่ส่วนกลางอย่าง Fitness เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่หลายๆคนจะเข้าใช้งานกันมากที่สุด และมักจะมีปัญหาเรื่องของเวลาในการเปิดให้บริการ ดังนั้นทางไอดีโอเลยปรับให้พื้นที่ในส่วนของ Fitness ในโครงการนี้รองรับการใช้งานกันแบบ 24 hr. รวมไปถึง meeting room สำหรับคนที่ต้องการใช้พื้นที่ส่วนตัวเพื่อทำงานหรือธุรกิจส่วนตัวอีกด้วยนะครับ

พร้อมด้วยอีกหนึ่งจุดเด่นของการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ นั่นคือการเลือกจะเอาส่วนของสระว่ายน้ำมาอยู่ชั้นล่างเพื่อสร้าง Landscape ที่สวยงามให้กับโครงการ Relax & Play Pool เพลิดเพลินกับการว่ายน้ำ Lap Pool 20 เมตร พร้อมมินิสวนน้ำฟรีฟอร์มขนาดย่อมแยกสระเด็กและส่วน Jacuzzi พร้อมพื้นที่พักผ่อนริมสระบรรยากาศดี … เวลาที่เราเดินกลับเข้ามาในตัวโครงการมันจะช่วยให้เราสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายลดความวุ่นวายจากการใช้ชีวิตด้านนอกซึ่งเป็นการช่วยปรับอารมณ์เข้าสู่การพักผ่อนได้ดีเลยนะครับ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ … คำถามที่เกิดขึ้นมาในหัวคุณตอนนี้ คือ แล้วโครงการนี้มันแตกต่างและมาสร้างการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการอยู่อาศัยของ Demand บนทำเลนี้ยังไง แค่การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางแบบนี้มันใช่เหรอ …ก็ต้องบอกว่าถ้าโครงการนี้มาด้วย Concept การพัฒนาเท่านี้ก็แอบจะดูธรรมดาไปเนอะ
ดังนั้นในบทความนี้ผมจะขอพาคุณไปพบกับรูปแบบการอยู่อาศัยที่แตกต่างกับ Unit Plan ในสไตล์ Hybrid กับรูปแบบการอยู่อาศัยที่เปิดโล่งกับความสูงของตัวห้องระดับ 4.45 เมตร ของโครงการนี้กันนะครับ

ย้อนความก่อนว่าด้วยการออกแบบรูปแบบการอยู่อาศัยในสไตล์นี้ที่ทางโครงการมีการออกแบบ Function พื้นที่การอยู่อาศัยใหม่หมด … แบบแทบจะพูดได้ว่าเป็น New Series เพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ กับการออกแบบพื้นที่ Function เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในอารมณ์รูปแบบบ้านและความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยไปพร้อมกัน
ซึ่งตอนที่โครงการเปิดขายรอบ PreSale ตอนนั้นที่สำนักงานโครงการจะมีห้องในรูปแบบสไตล์ Hybrid ให้เราได้ชมกันแค่แบบเดียวเท่านั้น … ดังนั้นหลายๆคนที่สนใจโครงการนี้และมีโอกาสได้แวะไปชมห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายตอนนั้นก็อาจไม่เห็นภาพว่าโครงการนี้ยังมี Unit Plan ในสไตล์ Hybrid ให้เราได้เลือกตอบโจทย์การอยู่อาศัยของเราได้หลากหลายตรงโจทย์ตรงใจสไตล์การอยู่อาศัยของแต่ละคนอีกด้วยนะครับ
โดยห้องตัวอย่างสไตล์ Hybrid ของโครงการนี้ที่ผมจะขอพาทุกคนไปชมและวิเคราะห์การออกแบบ Function การอยู่อาศัยกันในบทความนี้จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ 3 สไตล์ด้วยกัน
Studio Hybrid : 24 Sq.m. [ Hybrid Area : 10 Sq.m. ]

ห้อง Studio Hybrid : 24 Sq.m. [ Hybrid Area : 10 Sq.m. ] ขนาดเริ่มต้น เมื่อเราเปิดเข้ามาภายในห้องเราจะพบกับส่วนของพื้นที่ Function : Kitchen ที่ออกแบบพื้นที่มาเป็นแบบครัวปิด กับการออกแบบจัดส่วนของพื้นที่ครัวมาแบบเน้นความกระทัดรัด ตอบโจทย์การใช้งานพื้นที่ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด และเพิ่มความเป็นสัดส่วนพื้นที่ด้วยการใช้ฉากกั้นกระจกใสบานเลื่อนในการกั้นพื้นที่ในส่วนออกจากพื้นที่ Function การอยู่อาศัยอื่นๆภายใน

ฝั่งตรงข้ามของพื้นที่ Function : Kitchen จะเป็นส่วนของพื้นที่ Function : Bathroom ที่ภายในการจัดสรรพื้นที่ทำออกมาได้มีความลงตัว และหากใครที่ห่วงหรือมีความกังวลเรื่องของความสูงภายในพื้นที่ Function นี้ว่าจะเตี้ยไปมั้ย ?
ก็ต้องตอบเลยว่าเมื่อเทียบจากความสูงของผมที่มีความสูงระดับ 183 cm. ก็ไม่ได้รู้สึกว่าพื้นที่ในส่วนนี้จะดูแคบหรือเตี้ยแต่อย่างใดเลยนะครับ … ดูเป็นการออกแบบที่ดูลงตัวโอเคเลยนะครับ

เข้ามาที่พื้นที่ด้านในที่เป็นพื้นที่ไฮไลท์ของตัวห้อง อย่างพื้นที่ Function : Living + Dining ด้วยรูปแบบการจัดวางของพื้นที่ในส่วน Function นี้ ที่เป็นพื้นที่หลักในการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวันของทุกคน กับความสูง Floor to Ceiling ระดับ 4.45 เมตร ซึ่งน่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่การอยู่อาศัยที่มีความสูงมากที่สุดของการพัฒนาในโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลนี้แล้ว
ก็ต้องยอมรับเลยว่า … สร้างความว้าวในการอยู่อาศัยที่แตกต่างให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสการอยู่อาศัยที่โปร่งโล่งที่แตกต่างแบบสัมผัสได้ชัดเจน แถมยังเพิ่มเติมในส่วนของพื้นที่โต๊ะนั่งทำงานไว้ชิดกับหน้าต่างหลักของตัวห้องมาด้วย
ทำให้ภาพรวมของการออกแบบพื้นที่ Function ในส่วนนี้มีความลงตัวและตอบโจทย์การใช้งานพื้นที่แบบทุกตารางเมตรกันเลยนะครับ ลงตัวมากๆครับ

ส่วนของพื้นที่ Function ด้านบนกับพื้นที่ขนาดประมาณ 10 ตร.ม. ทางโครงการออกแบบพื้นที่ในส่วนนี้ให้รองรับการเป็นพื้นที่ Function : Bedroom ที่ขนาดพื้นที่มีความลงตัวมากๆ เราสามารถจัดวางส่วนของเตียงนอนและเพิ่มเติมในส่วนของตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่นี้ได้อย่างลงตัวและไม่รู้สึกคับแคบหรืออึดอัดแต่อย่างใดเลยนะครับ
เพิ่มเติม … อีกหนึ่งจุดเด่นของพื้นที่ในส่วนของ Function นี้ คือการที่โครงการมีการกั้นพื้นที่ในส่วนของพื้นที่ Function นี้ด้วยกระจกใสบานเลื่อนแบบ Full Height เพื่อช่วยเรื่องความเป็นสัดส่วนและความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่ในส่วนนี้

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม … ห้อง Studio Hybrid : 24 Sq.m. [ Hybrid Area : 10 Sq.m. ]

สำหรับ Unit Plan นี้เหมาะสมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของ Demand กลุ่มไหน … ด้วยการออกแบบ Function การอยู่อาศัยที่มีความลงตัวในขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ไม่ใหญ่และมีราคาต่อห้องที่ไม่สูงมากนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างและยกระดับในการอยู่อาศัย ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท [ Fully Furnished ]
ผมมองว่าสำหรับห้อง Studio Hybrid : 24 Sq.m. [ Hybrid Area : 10 Sq.m. ] จะเป็น Unit Plan ที่จะตอบโจทย์ทั้งกลุ่ม Real Demand ที่เป็นคนโสด วัยเริ่มต้นการทำงานที่มองหารูปแบบการอยู่อาศัยที่แตกต่างบนทำเลนี้ และ กลุ่ม Investors สายลงทุนปล่อยเช่าที่ต้องการหาความแตกต่างของ Supply ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจาก Supply ทั่วไปที่มีอยู่ในทำเลนี้นะครับ
1 Bed Hybrid : 31 Sq.m. [ Hybrid Area : 16 Sq.m. ]

ห้อง 1 Bed Hybrid : 31 Sq.m. [ Hybrid Area : 16 Sq.m. ] ด้วยจุดเด่นของพื้นที่โดยรวมที่มีความกว้างที่มากขึ้นจาก Unit Plan ก่อนหน้า ทำให้ทางโครงการมีการออกแบบพื้นที่ด้านในส่วนของพื้นที่ Function : Living ของ Unit Plan นี้ ให้มีการเล่นระดับความสูงที่มีความแตกต่างกันภายในแยกส่วนของพื้นที่ Function การใช้งานตามภาพประกอบด้านล่างนะครับ
โดยในส่วนของพื้นที่ที่ได้ความสูง Floor To Ceiling ระดับ 4.45 เมตร จะเป็นส่วนของตำแหน่งพื้นที่ Function : Living ด้านในที่อยู่ติดกับบานหน้าต่างหลักของตัวห้อง กับความสูงเฟรมหน้าต่างระดับ 4 เมตร ทำให้พื้นที่ในส่วนนี้จะเป็นตำแหน่งที่เปิดรับวิวและแสงสว่างที่ดีที่สุดของตัวห้องเลยนะครับ

ส่วนของพื้นที่ด้านขวาอีกฝั่งหนึ่ง … ทางโครงการออกแบบพื้นที่ในส่วนนี้ให้เป็นพื้นที่ Function : โต๊ะทานข้าว แบบเคาน์เตอร์บาร์ หรือจะปรับเป็นโต๊ะทำงานก็ดูลงตัวนะครับ … พื้นที่ Function : ระเบียง ด้านนอก แม้ขนาดของพื้นที่อาจไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ยังสามารถจัดวางในส่วนของเครื่องซักผ้าได้อยู่นะครับ

พื้นที่บริเวณด้านบน … หากนับขนาดของพื้นที่โดยรวมในส่วนนี้ จะได้พื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ประมาณ 16 ตร.ม. โดยทางโครงการมีการออกแบบพื้นที่ในส่วนนี้ให้เป็นพื้นที่ Function : อเนกประสงค์ + Bedroom ซึ่งถือว่าเป็นการออกแบบที่แตกต่างจากหลายๆโครงการก่อนหน้านี้มากๆ
ในส่วนของพื้นที่อเนกประสงค์จะมีขนาดของพื้นที่ที่ถือว่าจัดสรรออกมาได้อย่างลงตัวและใช้ประโยชน์ได้จริง โดยตำแหน่งของพื้นที่ในส่วนนี้จะถูกขยับให้ไปชิดกับเฟรมหน้าต่างด้านข้าง เพื่อช่วยในเรื่องของการเปิดรับแสงสว่างเวลาที่เรานั่งทำงานนั่นเองครับ

ส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom มีการใช้ฉากกั้นพื้นที่เป็นเฟรมกระจกใสกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วนและให้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งในการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ในส่วนนี้ ส่วนของการจัดสรรขนาดของพื้นที่ถือว่าทำออกมาได้กำลังลงตัวไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปลงตัวเลยนะครับ

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม … ห้อง 1 Bed Hybrid : 31 Sq.m. [ Hybrid Area : 16 Sq.m. ]

สำหรับ Unit Plan นี้เหมาะสมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของ Demand กลุ่มไหน … ด้วยการออกแบบ Function การอยู่อาศัยและพื้นที่ Function ที่นอกจากความสูงโปร่งโล่งโดยรวมของตัวห้องแล้ว ยังได้มิติของความกว้างโดยรวมที่เพิ่มเติมมากขึ้น …
ทำให้ผมมองว่าเป็น Unit Plan ที่ผู้อยู่อาศัยจะได้ทั้งความแกรนด์และมิติความโปร่งโล่งในการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความแตกต่างที่เหนือระดับไปอีกขั้น ดังนั้นสำหรับใครที่เป็นคนโสดและมองหาความแตกต่างในการอยู่อาศัยบนทำเลนี้ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของ Space พื้นที่การใช้งาน Unit Plan นี้ให้สิ่งนั้นกับการอยู่อาศัยของคุณได้แน่นอนครับ
1 Bed Plus Hybrid : 34.5 Sq.m. [ Hybrid Area : 20 Sq.m. ]

ห้อง 1 Bed Plus Hybrid : 34.5 Sq.m. [ Hybrid Area : 20 Sq.m. ]เมื่อเราเปิดเข้ามาภายในห้องเราจะพบกับ Function : Kitchen ที่เชื่อมต่อกับส่วนของพื้นที่ Function : Bathroom เช่นเดียวกัน แต่มีการเว้นช่องในส่วนของตำแหน่งการวางตู้เย็นด้านข้างไว้ให้ ทำให้ส่วนของเคาน์เตอร์ครัวเราจะสามารถแทรกในส่วนของเครื่องซักผ้าไว้บริเวณนี้ได้ซึ่งดูลงตัวมากขึ้น

ส่วนของพื้นที่ Function : Bathroom ของ Unit Plan นี้จะมีความแตกต่างในรูปแบบของการจัดเรียงพื้นที่ Function ภายในเพราะจะมาในรูปแบบของการจัดวางตอนลึกแทนนะครับ

เมื่อเราเข้ามาในส่วนของพื้นที่ Function : Living ด้านใน แม้เราอาจจะรู้สึกว่ารูปแบบของ Layout ห้องมันแอบดูจะได้ความรู้สึกเป็นห้องตอนลึกที่ได้ความสูงโปร่งแทนจะได้ความกว้างของตัวห้องตามขนาดพื้นที่โดยรวมของตัวห้องที่มีมากกว่าก็ตาม
แต่ … มันมีเหตุผลนะครับ เพราะสำหรับห้องนี้เราจะได้ส่วนของห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกับหน้าต่างเพิ่มเติมเข้ามารองรับสำหรับการเป็นพื้นที่ Function : อเนกประสงค์ นั่นเองครับ
เพิ่มเติม … อีกหนึ่งการออกแบบที่น่าสนใจสำหรับ Unit Plan นี้ คือเราจะไม่เห็นในส่วนของตำแหน่งการวางบันไดทางขึ้นพื้นที่ด้านบน [อารมณ์แบบการอยู่อาศัยในสไตล์บ้านเดี่ยวเลยนะครับ ]


ส่วนของพื้นที่ Function : ห้องอเนกประสงค์ ที่เพิ่มเติมเข้ามาบริเวณพื้นที่ด้านล่าง ทางโครงการเลือกจะตกแต่งห้องตัวอย่างมาเป็นห้องนอนเสริมอีกหนึ่งห้องที่สามารถรองรับการวางในส่วนของเตียงนอนเดียวและที่มีพื้นที่เหลือพอสำหรับการเพิ่มในส่วนของตู้เสื้อผ้าเพื่อรองรับการอยู่อาศัยภายในได้ลงตัวและอยู่ได้จริง เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัว
แต่สำหรับใครที่เป็นคนโสดและชอบห้องนี้ … คุณก็สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องอเนกประสงค์ในมุมนี้เป็นห้องทำงานที่ได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและมีช่องแสงให้คุณไม่รู้สึกอึดอัดเวลาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ Function นี้นะครับ

ส่วนของพื้นที่ด้านบน … ของ Unit Plan นี้ โดดเด่นด้วยขนาดของพื้นที่โดยรวมที่ให้มามากถึง 20 ตร.ม. โดยพื้นที่บริเวณด้านบนจะแบ่งเป็น 2 โซนหลักๆ โดยจะประกอบไปด้วยโซนที่เป็นพื้นที่เปิดโล่งกับส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom
ส่วนของพื้นที่เปิดโล่งด้านบนจะประกอบไปด้วย Function : Powder Room ที่เตรียมไว้รองรับสำหรับใครที่มีความกังวลเรื่องของความไม่สะดวกในการเข้าถึงห้องน้ำในช่วงเวลาตอนนอนก็น่าจะไม่ต้องกังวลกันนะครับ


ส่วนของพื้นที่ด้านข้าง ทางโครงการมีการตกแต่งห้องตัวอย่างพื้นที่ในส่วนนี้ออกมาให้เป็น Function : Walk In Closet เพิ่มเติมเข้ามาแบบอิ่มๆกันเลยนะครับ ซึ่งสำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ Function นี้ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงก็น่าจะชื่นชอบและเต็มอิ่มกันนะครับ


ส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom ด้านบน … เราสามารถจัดวางในส่วนของเตียงคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าพื้นที่ Function : ห้องอเนกประสงค์ ด้านล่างได้
คำถามลอยมาในหัวกันใช่มั้ยครับ … พื้นที่ทั้ง 2 Function นี้ตอนเราดูในภาพประกอบ Unit Plan มันวางแนวเดียวกัน ถ้าพื้นที่ด้านบนวางเป็นเตียงคู่ได้แลัวทำไมพื้นที่ Function : ห้องอเนกประสงค์ด้านล่างถึงวางเตียงขนาดเดียวกันไม่ได้
ก็เพราะพื้นที่ด้านล่างด้วยความที่ทางโครงการต้องการออกแบบพื้นที่ Function : Living ให้มีความกว้างที่มากพอสำหรับการอยู่อาศัยได้จริง จึงทำให้ต้องกินพื้นที่ในส่วนของห้องอเนกประสงค์เข้าไปส่วนหนึ่ง จนให้พื้นที่ไม่ความกว้างจะไม่เท่ากับส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom ที่อยู่ด้านบนนั่นเองครับ

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม … 1 Bed Plus Hybrid : 34.5 Sq.m. [ Hybrid Area : 20 Sq.m. ]

สำหรับ Unit Plan นี้เหมาะสมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของ Demand กลุ่มไหน … ด้วยการออกแบบ Function การอยู่อาศัยจากที่ผมได้วิเคราะห์ไป โดยส่วนตัวผมก็ยังอยากให้ห้องที่เหมาะสมกับ Real Demand ที่เป็นคนโสด ที่ต้องการความเป็นส่วนในพื้นที่การทำงาน พร้อมพื้นที่การอยู่อาศัยที่มากกว่า และอยากได้อารมณ์การอยู่อาศัยในสไตล์บ้านเดี่ยว ผมก็มองว่า Unit Plan นี้เป็นอะไรที่น่าจะตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้อย่างลงตัวมากๆเลย
แต่หากมองเรื่องของความคุ้มค่าในเชิงราคา … ก็ไม่แปลกใจที่ ทางโครงการจะตกแต่งห้องนี้ให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในรูปแบบของครอบครัว ปรับให้พื้นที่ Function : ห้องอเนกประสงค์ด้านล่างให้เป็นห้องนอนเสริมเพิ่มเติมเข้ามา อันนี้ก็เข้าใจได้และดูลงตัวเช่นเดียวกัน แต่หากใครที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดความคุ้มค่าแบบสุดๆ ก็สามารถปรับ Function ส่วนของพื้นที่ Walk In Closet ด้านบน โดยการกั้นพื้นที่เพิ่มรองรับเป็นห้องนอนที่ 3 ก็ดูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการอยู่อาศัยเน้นครอบครัวและความคุ้มค่าแบบสุดๆ
ดังนั้นสำหรับ Unit Plan นี้กับการออกแบบพื้นที่ Function ที่ผมได้วิเคราะห์ไปจะเห็นได้ว่าตอบโจทย์กับคนทุกกลุ่มดังนั้นถ้าให้ฟันธง Real Demand แบบชัดๆเลย ผมขอฟันธงเป็นกลุ่ม Real Demand คู่รักที่มีแผนจะขยับขยายครอบครัวกับการเตรียมจะมีบุตร Unit Plan นี้จะตอบโจทย์การอยู่อาศัยบนทำเลนี้ได้แบบยาวๆเลยนะครับ

ก็จะประมาณนี้นะครับ สำหรับบทความ Open House : Ideo Ramkhamhaeng-Lamsali Station By Ananda ในครั้งนี้กับการพาชมและวิเคราะห์ Function ห้องตัวอย่างในสไตล์ Hybrid ของโครงการนี้ ซึ่งก็อย่างที่ผมได้เกริ่นไปในตอนต้น ทุกการพัฒนาเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปของทำเลในปัจจุบัน สิ่งที่เกิดขึ้นและส่งผลโดยตรงต่อ Real Demand อาจไม่ใช่แต่เพียงราคาที่เติบโตสูงขึ้นที่หลายๆคนอาจจะกลัวกัน … T-T
แต่ในทุกการพัฒนาเติบโตและเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มันก็ยังมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ๆเสมอเช่นเดียวกัน กับการออกแบบมิติการอยู่อาศัยใหม่ๆที่ตอบโจทย์สไตล์การอยู่อาศัยที่ยกระดับความเป็นตัวคุณที่แตกต่างได้มากขึ้นนั่นเองครับ
ดังที่โครงการ Ideo Ramkhamhaeng-Lamsali Station By Ananda กำลังสะท้อนผ่าน Concept การพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับการออกแบบ Unit Plan เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่แตกต่างในรูปแบบ Unit Plan สไตล์ Hybrid ของโครงการนี้
ดั้งนั้นหากมีคนถามผมว่า … วันนี้ทำเล รามคำแหง – ลำสาลี เปลี่ยนไปยังไง ?
ผมก็ขอตอบด้วยคำสั้นๆว่า … รามคำแหง – ลำสาลี เปลี่ยนไปเพราะมีโครงการ Ideo Ramkhamhaeng-Lamsali Station By Ananda นั่นเองครับ ผมเชื่อแบบนี้จริงๆ

เพิ่มเติม … สำหรับใครที่ติดตามเพจผมมาอย่างยาวนานแล้วอยากได้แนวทางการเลือกตำแหน่งหรืออยากอ่านบทวิเคราะห์ในส่วนของห้องสไตล์ Simplex ที่ทางโครงการนี้ก็มีให้คุณเลือกเช่นกัน [ เอาจริงห้อง Simplex ของโครงการนี้เค้าขายดีมากๆนะครับ แต่ตอนนี้ก็อาจมีบางตำแหน่งที่หลุดมาบ้าง ดังนั้นหากใครที่สนใจก็รีบหาเวลาแวะเข้าไปชมกันนะครับ ]
แต่หากอยากอ่านข้อมูลวิเคราะห์เพิ่มเติม Unit Recommended ของโครงการนี้ก็สามารถกลับไปอ่านได้ที่บทความนี้ครับ https://www.insocon.co/unit-recommended-ideo-ramkhamhaeng-lamsali-station-by-ananda/
ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลนี้และสนใจอยากแวะเข้าไปชมสัมผัสมิติการอยู่อาศัยที่แตกต่างของห้องตัวอย่างในสไตล์ Hybrid เพดานสูงระดับ 4.45 เมตร ทั้ง 3 แบบของโครงการนี้ ตอนนี้ทางโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่และเปิดให้นัดหมายให้เข้าชมโครงการกันได้แล้วนะครับ
สามารถนัดหมายเข้าชมโครงการก่อนใครหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ลงทะเบียน : https://anan.ly/4mzp7IB
แอดไลน์ : https://lin.ee/rQdg0IJ
MAP: https://bit.ly/47Ht8mQ
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
