
สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารจากทางเพจ INSO ของเรามาอย่างต่อเนื่องจะรู้ว่าช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมาทางเพจเราเคยได้มีโอกาสเขียนถึงโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke by CG Capital โครงการ Branded Residence แห่งใหม่ ใจกลางสุขุมวิท ที่นำ DNA และ Signature Service ของโรงแรม 5 ดาวระดับโลกอย่าง InterContinental มาผสานเข้ากับการออกแบบที่พักอาศัยบนความเป็น Luxury Condominium ได้อย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์เฉพาะที่มีความน่าสนใจมากๆ
ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ … โดยส่วนตัวแล้ว … แม้ผมจะเริ่มเห็นว่ามีโครงการอื่นๆที่เริ่มทะยอยเปิดตัวโครงการใหม่ตามมาบนทำเลนี้ แต่ตัวผมเองก็ยังคงมองว่าโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke โครงการนี้ คือ ที่สุดแล้วในความคิดของผม สำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยบน Concept การเป็นโครงการ Luxury Condominium ในสไตล์ Branded Residence บนทำเลสุขุมวิท-อโศก
โดยเฉพาะกับการที่ทางโครงการใส่ใจในทุกๆรายละเอียดการพัฒนาและออกแบบพื้นที่ Function Layout การอยู่อาศัยของทุก Units ในโครงการนี้เพื่อเน้นตอบโจทย์การอยู่อาศัยในรูปแบบของครอบครัว ที่มาพร้อมความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยระดับสูงสุดกับยูนิตพักอาศัยภายในโครงการที่มีเพียง 88 ยูนิตเท่านั้น [ สูงสุดเพียง 4 ยูนิตต่อชั้น ]

ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลใจกลางเมืองที่มีศักยภาพมากๆอย่างทำเลสุขุมวิท – อโศก เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบครอบครัว ในรูปแบบของโครงการ Luxury Condominium ในสไตล์ Branded Residence โครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke คือ โครงการที่คุณไม่ควรพลาดที่ต้องหาเวลาแวะเข้าไปชมกันให้ได้ ซึ่งตอนนี้ทางโครงการเค้ามีสำนักงานขายและห้องตัวอย่างเปิดให้ได้เข้าชมกันแล้วนะครับ
ซึ่งก็ตามสัญญาครับ … เมื่อโครงการพร้อมเปิดให้ได้ชมห้องตัวอย่างกันแล้ว ดังนั้นสำหรับบทความนี้ผมจึงจะขอพาทุกคนไปชมห้องตัวอย่าง และ Unit Plan ที่น่าสนใจของโครงการนี้ผ่านการวิเคราะห์ Function Layout ในบทความ Unit Recommended : InterContinental Residences Bangkok Asoke นี้กันครับ
และด้วยความที่ทางโครงการนี้มี Unit Plan ที่มีการออกแบบ Function Layout ที่มีความน่าสนใจหลากหลายแบบหลากหลายสไตล์มากๆ ดังนั้นถ้าจะให้ผมวิเคราะห์ Layout ทั้งหมดของโครงการนี้บทความนี้ก็น่าจะยาวมากๆและทุกคนน่าจะยิ่งอ่านแล้วจะยิ่งงงกันมากกว่าจะเป็นประโยชน์
ดังนั้นในบทความนี้ผมจึงจะขอโฟกัสการวิเคราะห์ไปที่ 3 Unit Plan ของโครงการนี้ที่ผมมองว่าน่าจะตอบโจทย์ Real Demand ของโครงการนี้ เพื่อให้บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้สำหรับใครที่กำลังให้ความสนใจโครงการนี้กันอยู่นะครับ
3 Bedroom ขนาดพื้นที่ 193 Sq.m.. [ Show Unit ] Floor To Ceiling 3 m.

สำหรับห้องตัวอย่างของโครงการนี้จะมีแค่เพียงห้องเดียวนะครับ โดยจะเป็นห้องในรูปแบบ 3 Bedroom ขนาดพื้นที่ 193 Sq.m. ที่มีความสูงภายในตัวห้องเป็น Standard : Floor To Ceiling 3 m.
ซึ่งเมื่อเราเปิดประตูเข้ามาภายในตัวห้องจะพบกับส่วนของพื้นที่ Foyer ทางเดินที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ Function : พักอาศัยหลักด้านใน และ มีทางแยกปีกของส่วนพื้นที่ Function : Bedroom 2 & 3 และ Powder Room ด้านข้าง [ ซึ่งพื้นที่ 3 ส่วนนี้ เดี๋ยวผมค่อยวนมาวิเคราะห์ให้เพิ่มเติมนะครับ ]


เมื่อเราเดินผ่าน Foyer ด้านหน้าของห้องเข้ามาบริเวณด้านในบริเวณขวามือจะเป็นส่วนของ Function : Kitchen ในรูปแบบครัวเปิด ที่ทางโครงการเลือกวาง Kitchen Island ขนานไปกับส่วนของพื้นที่ Kitchen ในการกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วนของพื้นที่นี้กับพื้นที่ Function : อื่นๆด้านใน

ส่วนของพื้นที่ห้องด้านข้างจะเป็นส่วนของพื้นที่ Function : Day Maid ที่สามารถปรับให้เป็นครัวไทย เน้นตอบโจทย์สำหรับใครที่ต้องการประกอบอาหารหนักๆหรือจริงจังมากขึ้น โดนส่วนของพื้นที่ Function นี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้างและระเบียงที่ไว้รองรับสำหรับการใช้ตากผ้าของตัวห้องนี้นั่นเองครับ

ถัดเข้ามาบริเวณด้านในจะเป็นส่วนของพื้นที่ Function การอยู่อาศัยหลักและเป็นพื้นที่ไฮไลท์ของการออกแบบ Unit Plan นี้เลยครับ สำหรับพื้นที่ Function : Living and Dining Area ที่ถูกออกแบบพื้นที่ให้ชูจุดเด่นในเรื่องของ Space ความกว้างของตัวห้องที่ได้ความอลังการของพื้นที่การอยู่อาศัยแบบสุดๆ แถมพื้นที่ในส่วนนี้ยังเป็นตำแหน่งที่มีช่องแสงและบานกระจกขนาดใหญ่ทั้ง 2 ด้านเปิดรับแสงสว่างและวิวด้านนอก จึงยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มความรู้สึกในการอยู่อาศัยที่โปร่งโล่งได้มากยิ่งขึ้นครับ

ตำแหน่งโต๊ะทานข้าว … ถูกจัดวางไว้ในบริเวณพื้นที่กลางห้องที่อยู่ในแนวเดียวกับส่วนของพื้นที่ Function : Kitchen ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดูลงตัวและด้วยขนาดความกว้างของพื้นที่ในส่วนนี้ที่กว้างมากๆ ทำให้เราสามารถเลือกวางเป็นโต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่ที่รองรับการใช้งานได้มากถึง 8 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยโคมไฟสวยๆเพื่อเพิ่มบรรยากาศการอยู่อาศัยที่หรูหรา แต่ไม่ว่าจะจัดวางโต๊ะทานข้าวแบบจัดเต็มแค่ไหนพื้นที่ในส่วนนี้ก็ยังคงเหลือพื้นที่โดยรอบไม่ได้ทำให้ดูแน่นหรืออึดอัดแต่อย่างใดเลยนะครับ

ส่วนตำแหน่งของพื้นที่ Function : Living ที่เป็นพื้นที่การอยู่อาศัยหลักที่รองรับสำหรับการเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนหรือใช้เวลาร่วมกันของทุกคนในครอบครัว ด้วยความที่พื้นที่ในส่วนนี้เวลาที่เราอยู่อาศัยจริงจะเป็นพื้นที่ที่เราใช้เวลาร่วมกันกับคนในครอบครัวนานมากที่สุดในแต่ละวัน
ดังนั้นพื้นที่ในส่วนนี้ทางโครงการจึงเลือกที่จะจัดวางไว้ในบริเวณพื้นที่ด้านในสุดของตัวห้องอยู่ชิดกับบานหน้าต่างและระเบียงหลักของตัวห้องนี้ เพื่อให้พื้นที่ Function นี้เป็นตำแหน่งที่เวลาเราพักผ่อนจะได้รับแสงสว่างที่เพียงพอและเป็นตำแหน่งที่เราจะเห็นวิวสวยๆของตัวเมืองจากตำแหน่งการนั่งของโซฟาตัวโปรดของเราได้นั่นเองครับ


ก่อนที่เราจะแวะไปถึงส่วนของพื้นที่ Function : Master Bedroom ของ Unit Plan นี้ ผมขอแวะกลับมาวิเคราะห์บริเวณพื้นที่ทางแยกด้านหน้าทางเข้าของตัวห้องนี้ที่ผมข้ามมา … ก่อนนะครับ โดยบริเวณพื้นที่ทางเดินในส่วนแยกนี้จะไปเชื่อมต่อกับอีก 3 พื้นที่ Function นั่นคือพื้นที่ Function : Bedroom 2 & 3 และ Powder Room

ในส่วนของพื้นที่ Function : Powder Room ต้องยอมรับเลยว่าตำแหน่งการวางมีความดูน่าสนใจมากๆครับ เพราะเป็นตำแหน่งที่ถือว่าสะดวกในการเข้าถึงการใช้งานพื้นที่นี้มากๆ ทั้งเวลาที่เรากลับเข้ามาถึงห้องของเราในแต่ละวัน หรือ เวลาที่เราใช้ชีวิตประจำวันในส่วนของพื้นที่ต่างๆภายในห้อง ตำแหน่งของพื้นที่ Function นี้ก็ดูจะสะดวกและเข้าถึงได้ง่าย แถมขนาดของพื้นที่ภายในก็ดูกว้างและมีความลงตัวมากๆอีกด้วยครับ

ส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom 2 จะถูกจัดวางพื้นที่ภายในมาเป็นรูปแบบของพื้นที่ตอนลึก โดยดันส่วนของตำแหน่งเตียงนอนไปอยู่ใกล้กับบริเวณบานหน้าต่างหลักของห้อง ส่วนพื้นที่ตรงกลางก็ถูกจัดวางให้เป็นตำแหน่งการวางตู้เสื้อผ้า และภายในพื้นที่ Function : Bedroom 2 จะมีส่วนของพื้นที่ Function : Private Bathroom ภายในตัว เพื่อเพิ่มความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากขึ้นสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยภายในห้องนี้



ส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom 3 แม้รูปทรงของพื้นที่จะมีความใกล้เคียงกับส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom 2 แต่ด้วยความลึกของพื้นที่ที่น้อยกว่า จึงทำให้ขนาดของพื้นที่โดยรวมของพื้นที่ Function นี้มีขนาดพื้นที่ที่น้อยกว่าตามไปด้วย [ แต่ความกว้างในการวางเตียงนอน เหลือพื้นที่ปลายเตียงพอกันนะครับ ] ดังนั้นในส่วนของพื้นที่ Function นี้ ทางโครงการจึงเลือกจะตกแต่งให้เป็นห้องทำงานส่วนตัวให้เราดูเป็นไอเดียในการตกแต่งแทนนั่นเองครับ

และภายในพื้นที่ในส่วนของ Function : Bedroom 3 นี้ก็ยังมีส่วนของพื้นที่ Function : Private Bathroom ภายในมาให้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นก็อย่างที่ผมบอกไปครับ … จริงๆแล้วพื้นที่ในส่วนนี้ทางโครงการเค้าตั้งใจออกแบบและวาง Function การใช้งานพื้นที่มาให้เป็นห้องนอนที่มีขนาดพื้นที่เล็กลงมานิดหน่อยนะครับ

มาต่อกันที่ส่วนของพื้นที่ Function สุดท้ายของห้องนี้กันนะครับ … กับพื้นที่ Function : Master Bedroom ขนาดใหญ่ ที่โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าทางโครงการออกแบบความกว้างของพื้นที่ในส่วนของ Function นี้ออกมาได้น่าสนใจและดีมากๆ ดีเกินความเป็น Master Bedroom ในรูปแบบของโครงการคอนโดมิเนียมหรูทั่วๆไปนะครับ
ตอนที่ผมกำลังถ่ายภาพนี้อยู่ ผมรู้สึกว่า … ความกว้างของพื้นที่ในระดับนี้มันให้ความรู้สึกของการเป็นพื้นที่ Function : Master Bedroom ของที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านหรูระดับ Luxury เลยครับ ความรู้สึกการอยู่อาศัยในพื้นที่มันได้อารมณ์การพักผ่อนแบบ Feel – Like Home แบบสุดๆครับ

พื้นที่ด้านข้างทางโครงการจะก็มีการ Built In ตกแต่งพื้นที่ในส่วนนี้ให้เป็นตู้เสื้อผ้าในสไตล์ Walk In Closet เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งเมื่อดูจากขนาดและความกว้างของพื้นที่ถือว่าทำออกมาก็ดูลงตัวและมีขนาดพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้จริงนะครับ

และพื้นที่สุดท้ายกับความพิเศษของพื้นที่ Function : Private Bathroom ของห้องนี้ ที่นอกจากขนาดของพื้นที่ที่มีความกว้างที่มากกว่า Function นี้ของห้องอื่นๆแล้ว ในส่วนของการจัดเรียง Features การใช้งานก็ยังมีความแตกต่างกันอีกด้วยครับ
เพราะ Function : Private Bathroom ของห้องนี้จะมาเป็นรูปแบบ 4 Fixtures ที่มีการแยกพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างๆออกจากกันแบบชัดเจน พร้อมอ่างล้างหน้าที่ให้มาจะเป็นแบบ His & Her และภายในยังมีส่วนของอ่างอาบน้ำที่อยู่ติดกับบานหน้าต่างที่ช่วยในเรื่องของการเปิดรับแสงสว่างให้กับพื้นที่ภายในส่วนนี้ให้ดูสว่างมากขึ้นนั่นเองครับ


3 Bedroom Deluxe ขนาดพื้นที่ 236 Sq.m. Floor To Ceiling 3.1 m.

สำหรับ Unit Plan นี้ 3 Bedroom Deluxe ขนาดพื้นที่ 236 Sq.m. ที่ผมเลือกมาเป็น Unit Recommended เพราะหากเรามองจากภาพประกอบผิวเผินหลายคนก็อาจจะมองว่าเป็น Unit Plan ที่มีการออกแบบที่เสียพื้นที่บริเวณทางเดินด้านในมากเกินไปรึเปล่า ?
อันดับแรก … เราต้องทำความเข้าใจข้อเด่นของ Unit Plan กันก่อนว่า Unit Plan นี้จะอยู่ในตำแหน่งช่วงชั้นด้านบนของตัวอาคารทำให้มีห้องพักอาศัยในชั้นนี้เพียงแค่ 2 ยูนิตเท่านั้น พร้อมได้ความสูง Floor To Ceiling ภายในพื้นที่พักอาศัยที่สูงเพิ่มขึ้นเป็น 3.1 เมตร และยังเป็นตำแหน่งที่เปิดรับวิวได้ 3 ด้าน พร้อมทั้งทุกพื้นที่ Function ต่างๆด้านในล้วนติดหน้าต่างเปิดรับแสงสว่างและวิวได้ทั้งหมด … พอเข้าใจแบบนี้แล้ว ว้าวววววว เลยใช่มั้ยครับ ?
บทวิเคราะห์ Function Layout : 3 Bedroom Deluxe ขนาดพื้นที่ 236 Sq.m.

A – เมื่อเราเปิดเข้ามาภายในห้องพื้นที่บริเวณด้านข้างจะเป็นส่วนของพื้นที่ Function : Multipurpose + Powder Room ขนาดพื้นที่อาจไม่ได้ใหญ่มากนักสำหรับห้อง Multipurpose แต่ก็ได้ช่องแสงจากบานกระจกตลอดแนวความกว้างของตัวห้อง หากเราตกแต่งห้องนี้เป็นห้องทำงานก็ดูลงตัวกับทั้งขนาดพื้นที่นะครับ
B – สำหรับพื้นที่ Function : Living and Dining Area + Kitchen [ ครัวเปิด ] สำหรับพื้นที่ในส่วนนี้ที่เป็นไฮไลท์ของห้องนี้ แน่นอนเราต้องว้าววววว … ให้กับเรื่องของการออก Space พื้นที่โดยรวมที่ทำออกมาได้ดีมากๆ อารมณ์เมื่อเราเปิดเข้ามาภายในห้อง First Impression ที่เราได้ของห้องนี้จะดีมากๆ ส่วนของพื้นที่ระเบียงด้านนอกจะขนานกับความกว้างโดยรวมของพื้นที่ Function นี้ครอบคุมทั้งพื้นที่ Function : Living and Dining Area [ แบบไม่มีเฟรมเสาหรือเฟรมผนังกัน ] เปิดรับความโปร่งโล่งในการอยู่อาศัยแบบสุดๆ ส่วนของพื้นที่ Function : Kitchen [ ครัวเปิด ] แอบหลบข้างเข้าได้ในนิดหนึ่งซึ่งดูลงตัวมาก จะได้ไม่เด่นสะดุดตามากนักและที่สำคัญจะได้ไม่กลบรัศมีความสวยงานของพื้นที่ Function : Living ของห้อง
เพิ่มเติม … สำหรับ Unit Plan นี้ ในส่วนของพื้นที่ Function : ครัวไทย และ พื้นที่ซักล้าง ของห้องนี้จะมีส่วนของพื้นที่ Function : Day Maid ที่เพิ่มเติมเข้ามาภายในพื้นที่ในส่วนนี้ให้ด้วยนะครับ
C & D – ส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom 2 และ 3 ของ Unit Plan นี้ ขนาดของพื้นที่โดยรวมภาพในจะมีขนาดใกล้เคียงกัน และภายในจะมีส่วนของ Function : Private Bathroom ในตัวทั้ง 2 ห้อง แต่ในรายละเอียดการจัดวาง Function พื้นที่ภายในจะมีความแตกต่างกันนิดหน่อย คือ Function : Bedroom 2 ในส่วนของพื้นที่ Function : Private Bathroom ด้านในจะได้ช่องแสงที่เพิ่มเข้ามา ส่วน Function : Bedroom 3 จะได้มุมทางเดินเข้าห้องที่สามารถจัดวางเป็น Function : Walk In Closet กับขนาดบางตู้เสื้อผ้าที่ใหญ่ขึ้น … มีจุดเด่นกันคนละแบบให้เลือกอยู่อาศัยกันนะครับ
E – ส่วนของพื้นที่ Function : Master Bedroom ของ Unit Plan นี้ ภายในจะถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซน เมื่อเราเปิดเข้ามาจะเป็นส่วนของพื้นที่ตำแหน่งการวางเตียงนอน โดยส่วนของผนังด้านตำแหน่งปลายเตียงและด้านข้างจะเป็นเฟรมกระจกทั้งหมด … ดังนั้นเมื่อเราได้ขนาดของพื้นที่ที่กว้างมากๆ และได้เฟรมกระจก 2 ด้านแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกในการอยู่อาศัยภายในพื้นที่นี้ดูพิเศษและโปร่งโล่งแบบสุดๆเลยครับ
ส่วนของตำแหน่งพื้นที่ Private Bathroom แยกไปอยุ่พื้นที่ด้านบนของตัวห้อง ภายในโซนนี้จะเป็นส่วนของพื้นที่ Function : Walk In Closet และ Private Bathroom ภายในถูกจัดวางมาเป็นแบบ 4 Fixtures แบบแยกโซน Function การใช้งานกันชัดเจน และ ตำแหน่งการวางตัวอ่างอาบน้ำถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่ง Center และตรงกับเฟรมหน้าต่างของพื้นที่ในส่วนนี้แบบพอดีซึ่งภาพรวมพื้นที่ในส่วนนี้ดูมีความลงตัวมากๆครับ
2 Bedroom ขนาดพื้นที่ 139 Sq.m. Floor To Ceiling 3 m.

สาหตุที่ผมเลือก Unit Plan นี้มาเป็น Unit Recommended ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า ที่แน่ๆไม่ใช่เหตุผลในเรื่องของราคานะครับ … ผมมองว่า Real Demand กลุ่มนี้ ทุกคนมีความสามารถในการเลือกซื้อห้องในรูปแบบไหนก็ได้ของโครงการนี้กันอยู่แล้ว แต่ในบางกลุ่มบางคนก็อาจจะไม่ได้มองหาที่อยู่อาศัยในสเกลครอบครัวขนาดใหญ่อะไรนัก ซึ่ง Unit Plan แบบ 3 ห้องนอนก็อาจจะไม่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยสำหรับกลุ่มคนที่ครอบครัวที่มีขนาดเล็ก …
ดังนั้นผมจึงขอเลือก Layout 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ 139 Sq.m. มาเป็น Unit Recommended ให้กับโครงการนี้ในการนำมาวิเคราะห์นั่นเองครับ

บทวิเคราะห์ Function Layout : 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ 139 Sq.m.
A – พื้นที่ในโซนนี้จะประกอบไปด้วย Function : Master Bedroom + Private Bathroom และ Powder Room โดยหลักๆจะเป็นพื้นที่ในส่วนของ Function : Master Bedroom ที่ออกแบบเป็นรูปทรงตอนลึกแล้วไปกว้างบริเวณพื้นที่ด้านใน ส่วนของทางเดินภายในจะแบ่งพื้นที่ซ้ายขวา ด้านหนึ่งเป็นส่วนของ Function : Walk In Closet ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเป็นส่วนของพื้นที่ Function : Private Bathroom ภายในยังคงเป็นแบบ 4 Fixtures ที่แยกส่วนพื้นที่กันชัดเจน เพิ่มเติมคือส่วนของตำแหน่งการวางอางอาบน้ำจะได้กระจก Sexy Bath เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อช่วยในเรื่องของแสงสว่างและความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่ในส่วนนี้ … และอย่างที่บอกพื้นที่ด้านในจะได้ความกว้างของพื้นที่เพิ่มขึ้นดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณปลายเตียงมีพื้นที่เหลือกว้างมากๆนะครับ
B – พื้นที่ในส่วนของ Function : Living and Dining Area + Kitchen [ ครัวเปิด ] หากเราดูจากภาพประกอบผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจมาว่ารูปแบบการจัดวางมันจะได้ความรู้สึกเป็นพื้นที่ตอนลึกและแอบดูจะแคบกว่าที่เราเห็นจากห้องตัวอย่างอยู่หน่อยๆหรือเปล่า ?
แต่จริงๆแล้วความกว้างในตำแหน่งการวางพื้นที่โซน Living ของ Unit Plan นี้ก็พอๆกันกับเลยครับ แต่แค่ตำแหน่งการวาง Function : Kitchen พอย้ายมาอยู่แนวนี้ ความรู้สึกของเราเลยรู้สึกไปเองว่าพื้นที่ในส่วนนี้ดูเป็นแนวลึกนะครับ
ส่วนของพื้นที่ Function : ซักล้างและระเบียงตากผ้า ยังคงมีอยู่ แต่สิ่งที่หายไปคือ Function : ครัวไทย นะครับสำหรับ Unit Plan นี้
C – ส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom 2 เปิดเข้ามาจะเป็นส่วนของพื้นที่ทางเดินที่เชื่อมกับตัว Function : Private Bathroom โดยฝั่งตรงข้างจะเป็นตำแหน่งการวางส่วนของตู้เสื้อผ้า ถัดเข้าไปด้านในสุดจะเป็นตำแหน่งของการวางเตียงนอนโดยขนาดพื้นที่ภาพรวมแม้จะมีสเกลที่เล็กลงมากหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในเกรณ์ที่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใดแม้เราจะเลือกจัดวางเตียงนอนเป็นแบบ King Size ก็ตามนะครับ

บทสรุปภาพรวมของการออกแบบ Unit Plan : Function Layout การอยู่อาศัยของโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke
จากการที่ผมได้วิเคราะห์ Function Layout ของ Unit Plan ที่น่าสนใจของโครงการนี้ในมุมมองของผมเองแล้ว สิ่งที่สะท้อนออกมาจากการออกแบบ Function Layout ที่สัมผัสและเห็นได้อย่างชัดเจนมากๆ นั่นก็คือทางโครงการเค้ามีความเข้าใจเรื่องของพฤติกรรมการพักผ่อนและการอยู่อาศัยในรูปแบบของครอบครัวมากๆ
ดังที่เราจะเห็นได้จากการให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ Function : Living and Dining Area + Kitchen ที่เน้นการพยายามในการชูจุดขายเรื่องของ Space ในการอยู่อาศัยจริงให้กับพื้นที่ในส่วนนี้เป็นพิเศษ เพราะพื้นที่ในส่วนนี้ถือเป็นหัวใจหลักของการอยู่อาศัยในแบบครอบครัวอย่างแท้จริง [ Family Area ]
และพอเป็นโครงการนี้เป็นการพัฒนาโครงการในระดับความเป็น Luxury Residences … อีกหนึ่งจุดตัดสำคัญที่ทำให้ผมต้องขอชื่นชอมโครงการนี้ นั่นก็คือ การแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ Function : Bedroom 2 & 3 ให้มี Function : Private Bathroom และยังคงมีขนาดพื้นที่โดยรวมภายในที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่อาศัยได้จริงในระยะยาว
สุดท้ายกับพื้นที่ Function : Master Bedroom ในมุมมองของผม … จริงๆแล้วสำหรับ Function นี้ก็อาจดูจะไม่ได้มีลูกเล่น หรือ Function อะไรที่พิเศษแตกต่างจากโครงการอื่นๆในระดับราคาใกล้เคียงกัน แต่หากมองในมุมของรายละเอียดการแบ่งสัดส่วนและให้ความสำคัญกับการจัดสรรพื้นที่ที่ทางโครงการทำออกมาได้อย่างลงตัวมากๆ อันนี้ผมต้องยอมรับเลยว่า … ความลงตรงอะไรพวกนี้ มันเป็นเหมือนเส้นบางๆและทำได้ยากมากกว่าเยอะเลยครับ
ดังนั้นบนรายละเอียดของการออกแบบในทุก Unit Plan ของโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke นี้ สิ่งที่ทำให้ทุกๆ Unit Plan ของโครงการนี้มีความน่าสนใจในมุมมองของผม นั่นก็ คือ เรื่องของ Space กับการออกแบบ Function การอยู่อาศัยที่เข้าใจทั้งเรื่องของ Segment และ Real Demand การอยู่อาศัยในรูปแบบครอบครัวได้อย่างแท้จริง

แล้วทั้งหมดนี้กับบทความ Unit Recommended : InterContinental Residences Bangkok Asoke ที่ผมตั้งใจเลือกและวิเคราะห์การออกแบบ Function Layout ของ Unit Plan ทั้ง 3 แบบที่โดยส่วนตัวผมมองว่าเป็น Unit Plan ที่มีความน่าสนใจมากที่สุดของโครงการนี้ ซึ่งผมก็หวังเป็นอย่างสูงว่าบทความนี้จะพอเป็นข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจให้กับใครที่กำลังสนใจโครงการนี้กันอยู่นะครับ
สุดท้ายนี้ … สำหรับใครที่กำลังให้ความสนใจโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke นี้อยู่แล้วอาจจะมี Unit Plan อื่นๆของโครงการนี้ที่คุณสนใจแล้วอาจเกิดความลังเลหรือไม่มั่นใจ [ อันนี้ผมเข้าใจได้เลย … เพราะโครงการนี้เค้ามี Unit Plan ดีๆให้เราได้เลือกเยอะมากจริงครับ ] ก็สามารถ Inbox เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองการวิเคราะห์หรือเลือกตำแหน่งห้องกับทางผมได้เหมือนเช่นเคยนะครับ
ขอบคุณสำหรับทุกๆการติดตาม
